Yuri Solomonov

Юрий Семёнович Соломонов ผู้ออกแบบ Bulava, Topol-M ยูริ เกิดวันที่ 3 พฤศจิกายน 1945 ในมอสโคว์, สหภาพโซเวียต พ่อของเขาเป็นวิศวกรในโรงพิมพ์ของกองทัพ  ชื่อเซเมียน (Semyon Matveyevich Solomonov, b.1916) และแม่เป็นพยาบาลชื่อโซเฟีย (Sophia Nikolaevna Zueva, b.1908) เธอมาจากครอบครัวเกษตรกร ย่าของเธอเคยเป็นทาสอยู่ในที่ดินของตอลสตอย (Leo Tolstoy) เซเมียนและโซเฟียแต่งงานกันในปี 1938  ยูริมีพี่ชายชื่อเลฟ (Lev, b.1939) และพี่สาวชื่อทันย่า (Tanya, b.1940) 1941 เมื่อสงครามโลก ครั้งที่สองเริ่มต้นขึ้นเลฟและทันย่าถูกส่งตัวไปอยู่กับย่าในต่างจังหวัด เพื่อหนีจากระเบิดแต่ว่าเซเมียนและโซเฟียยังคงทำงานอยู่ในมอสโคว์ต่อ ซึ่งในปี 1943 เซเมียนถูกระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ว่ารอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหารย์  1963 จบทางด้านคณิตศาสตร์-ฟิสิกส์ จากสถาบันวิศวกรรมฟิสิกส์มอสโคว์ (Moscow Engineering Physics Institute, www.mephi.ru) 1966 จบด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์จากสถาบันการบินมอสโคว์ (Moscow Aviation …

Ray Solomonoff

เรย์ เจ. โซโลโมนอฟฟ์ (Ray J. Solomonoff) ผู้สร้าง Algorithmic probability, algorithmic information theory เรย์ เกิดวันที่ 25 กรกฏาคม 1926 ในคลีฟแลนด์, โอไฮโอ  พ่อของเขาเป็นชาวรัสเซียชื่อฟิลิป จูเลียส (Phillip Julius) และแม่ชื่อซาราห์ โซโลโมนอฟฟ์ (Sarah Mashman Solomonoff)  1944 จบมัธยมจากโรงเรียนมัธยมเกล็นวิลล์ (Glenville High School) หลังจากนั้นได้เข้าทำงานกับกองทัพเรือสหรัฐฯ ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2  1946 เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชิคาโก้ (University of Chicago) ทางด้านฟิสิกส์  1951 จบปริญญาโท สาขาฟิสิกส์ หลังจากนั้นได้เข้าทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมด้านอิเล็กทรอนิกส์ โดยทำงานด้านคณิตศาสตร์และฟิสิกส์เพื่อออกแบบคอมพิวเตอร์อนาล๊อก  1952 ได้มีโอกาสพบกับมาร์วิน มินสกี้ (Marvin Minsky) และจอห์น แม็คคาร์ธี …

Eratosthenes

อีราโตสเธเนส (Ερατοσθένης ο Κυρηναίος) Sieve of Eratosthenes  อีราโตสเธเนส เกิดราวปี 276 BC ในไซรีน (Cyrene) ดินแดนที่ก่อตั้งโดยกรีก ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศลิเบีย แต่ขณะนั้นไซรีนเป็นส่วนหนึ่งของกรีก พ่อของเขาชื่ออะเกลออส (Aglaos) เขาเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนในเมืองก่อนที่ต่อมาจะเดินทางไปยังเอเธนส์เพื่อศึกษาต่อ โดยได้มีโอกาสเข้าเรียนนักปราชญ์ที่ดีที่สุดของกรีกหลายท่านในเวลาอย่างนั้น เขาได้เรียนภาษาศาสตร์กับไลซาเนียส (Lysanias of Cyrene), ปรัชญาสโตอิค (Stoicism) กับซีโน่ (Zeno of Citium) และยังได้เรียนกับอาร์เซซิลาอุส (Arcesilaus of Pitane) และกับอริสโต้ (Aristo of Chios)  ความสนใจในปรัชญาของเพลโต (Plato) ทำให้เขาเขียนหนังสือ Platonikos อีราโตสเธเนส ได้เรียนการทำเครื่องปั้นดินเผากับ คัลลิมาชุส (Callimachus) เขียน Chronographies  เขียน Olympia victors ซึ่งรวบรวมประวัติของนักกีฬาที่ชนะที่การแข่งขันโอลิมปิก Catasterisms ซึ่งเขียนเรื่องเกี่ยวกับดาราศาสตร์  ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเดียวของเขาที่หลงเหลืออยู่จนปัจจุบัน …

Leonard Adleman

ลีโอนาร์ด อเดลแมน (Leonard Max Adleman, “Len”) ผู้สร้างอัลกอลิทึ่ม RSA (Rivest, Shamir, Adleman) , DNA computing อเดลแมน เกิดวันที่ 31 ธันวาคม 1945 ในซานฟานซิสโก, แคลิฟอร์เนีย พ่อของเขาเป็นยิวที่อพยพมาจากเบลารุส, สหภาพโซเวียต พ่อของเขาเป็นพนักงานธนาคารและเซลล์แมน อเดลแมนมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเคมี หลังจากที่ได้ดูซีรีย์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กเรื่อง “Mr. Wizard”  1968 จบปริญญาตรีทางด้านคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย, เบิร์กเลย์ (University of California, Berkeley)  จากนั้นได้เข้าทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ที่ Bank of America อยู่พักหนึ่งก่อนที่จะกลับเข้าเรียนต่อที่เบิร์กเลย์ 1976 จบปริญญาเอกทางคอมพิวเตอร์และวิศวกรรม โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง Number-Theoretic Aspects of Computational Complexity โดยมีมานูเอล บลัม(Manuel Blum, 1995 Turing Award)  เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ …

Robert W Floyd

โรเบิร์ต ฟลอย์ด (Robert (Bob) W. Floyd)  Turing Award 1978, Floyd-Warshall algorithm ฟลอย์ด เกิดวันที่ 8 มิถุนายน 1936 ในนิวยอร์ค, สหรัฐฯ  ฟลอย์ดจัดเป็นเด็กอัจฉริยะ ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ  1950 เขาเรียนจบมัธยมปลายตอนอายุ 14 ปี และได้เข้าเรียนในหลักสูตรพิเศษของมหาวิทยาลัยชิคาโก้ (University of Chicago)  1953 จบปริญญาตรี จาก ม. ชิคาโก้ ทางด้านศิลปศาสตร์ (liberal arts)  1958 จบปริญญาตรีใบที่สอง ทางด้านฟิสิกส์ หลังจากเรียนจมได้ทำงานที่มูลนิธิเพื่อการวิจัยยานเกราะ (Armour Research Foundation) ของสถาบันเทคโนโลยีอิลินอยด์ (Illinois Institute of Technology)  ซึ่งต่อมาเขาได้เริ่มทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของสถาบัน ซึ่งในตอนนั้นเป็นคอมพิวเตอร์ IBM 650  ฟลอย์ดให้ความสนใจในการพัฒนาคอมไพเลอร์ …

The Nutcracker

บัลเลต์เรื่อง The Nutcracker  ถูกดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง “The Nutcracker and the King of Mice” ของ อี.ที.เอ. ฮอฟฟ์แมน (E. T. A. Hoffman)  โดยมาเรียส เปติปา (Marius Petipa) และเลฟ อิวานอฟ (Lev Ivanov) เขียนบทบัลเลต์ และทไซคอฟสกี้ (Pyotr Tchaikovsky) ทำดนตรีประกอบและเปิดการแสดง ครั้งแรกในปี 1892 เรื่องย่อ ในคืนวันคริสมาสต์อีฟ ครอบครัวของ สามีภรรยาสตาห์ลบวม (Stahlbaum) และคลาร่า (Clara)  ลูกสาวกับน้องชายชื่อฟริตซ์ (Fritz) และแขกได้มารวมตัวกันภายในห้องรับแขกเพื่อที่จะช่วยกันตกแต่งต้นคริสมาสต์ งานปาร์ตี้เป็นไปอย่างสนุกด้วยความรื่นเริงและเสียงดนตรี จนกระทั้งพ่อทูนหัวของคลาร่า ชื่อดรอสเซลเมเยอร์ (Drosselmeyer) เข้ามาในงาน ดรอสเซลเมเยอร์นั้นเป็นช่างทำนาฬิกาและของเล่นที่มีบุคคลิกแปลก จนทำให้ผู้ที่พบเห็นมักจะเกิดอาการกลัว  ซึ่งเป็นประจำทุกปีที่ดรอสเซลเมเยอร์จะมาร่วมงานคริสต์มาสปาร์ตี้ พร้อมกับนำของเล่นที่แปลกและสวยงามมากแจกให้กับเด็กๆ  ซึ่งในคืนนี้ ดรอสเซลเมเยอร์ได้มีตุ๊กตาเต้นได้ขนาดเท่าคนจริง ซึ่งสำหรับคลาร่า …

Svetlana Zakharova

สเว็ตลาน่า ซาคาโรว่า (Светлана Юрьевна Захарова) นักบัลเลต์ ซาคาโรว่า เกิดวันที่ 10 มิถุนายน 1979 ในเมืองลุตส์ก, ยูเครน, สหภาพโซเวียต (Lutsk, Ukrain, USSR)  พ่อของเธอชื่อยูริ (Yury Zakharov) มีอาชีพเป็นทหาร และแม่ชื่อกาลิน่า (Galina Zakharova) เป็นครู 1989 ตอนอายุ 10 ปี เธอเดินทางออกจากบ้าน เพื่อมาเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนการเต้นรำในเคียฟ  (Kyiv Choreography School) โดยครูคนหนึ่งที่สอนเธอชื่อวาเลเรีย ซูลจิน่า (Valeria Sulegina) 1995 พออายุ 16 ปี ได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศในการแข่งขันบัลเลต์ รางวัล Vaganova-Prix ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ทำให้เธอได้รับโอกาสในการเข้าเรียนที่สถาบันวากาโนว่า (Vaganova Academy) 1996 ได้เข้าเป็นนักบัลเลต์ของคณะบัลเลต์มาริอินสกี้ (Mariinsky theatre) ซึ่งภายในระยะเวลาแค่ปีเดียวเธอก็กลายเป็นนักแสดงเอกของคณะ  1997 …

Swan Lake

สวอน เลค (Sworn Lake) บทละครบัลเล่ต์ ประพันธ์โดยทไซคอฟสกี้ (Pyotr Ilyich Tchaikovsky) เปิดการแสดงปฐมทัศน์ในปี 4 มีนาคม 1877 ที่โรงละครบอลชอย (Bolshoi Theatre) ในมอสโคว์ เรื่องย่อ เจ้าชาย ซิกฟรี๊ด (Prince Siegfried) ตกหลุมรักกับเจ้าหญิงสาวชื่อ โอเด็ต (Odette)  ซึ่งเธอนั้นต้องคำสาปของพ่อมดให้ต้องกลายเป็นหงษ์ในเวลากลางวัน และในเวลากลางคืนจะกลับร่างกลายเป็นหญิงสาวรูปงาม  องก์ 1 เจ้าชายซิกฟริ๊ด เดินทางมาถึงยังงานเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระองค์มีพระชนม์ 21 บริบูรณ์ ซึ่งพิธีจัดขึ้นในอุทยานภายในพระราชวัง  ซึ่งเชื้อพระวงศ์และขุนนางต่างกันพาเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งในงานวันนี้ พระราชินีได้พระราชทานหน้าไม้ให้เป็นของขวัญกับเจ้าชาย และทรงรับสั่งว่าจะทรงเตรียมจัดให้มีการอภิเษกในเร็ววัน เจ้าชายซึ่งได้หน้าไม้เป็นของขวัญก็เดินทางาเข้าไปในป่าพร้อมกับพระสหาย องก์ 2  เจ้าชายซิกฟริ๊ด ซึ่งเข้ามาในป่าเพื่อล่าสัตว์พร้อมกับพระสหาย กลับพบว่าพระองค์หลงอยู่ป่าเพียงลำพัง และทรงมาอยู่ใกล้กับทะเลสาบที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง ซึ่งในทะเลสาบมีหงษ์ขาวมากมายกำลังเล่นน้ำ  แต่ว่าเจ้าชายสังเกตุเห็นหงษ์ตัวหนึ่งที่งดงามเป็นพิเศษและยังมีมงกุฏอยู่บนหัวของหงษ์ตัวนั้นด้วย  ไม่นานพระสหายของเจ้าชายก็ตามเจ้าชายมา และได้ช่วยกันจับหงษ์ขาวที่โดดเด่นตัวนั้นเอาไว้ได้  แต่เจ้าชายได้ขอใช้เวลาลำพังกับหงษ์ตัวดังกล่าว  และเมื่อพบค่ำ หงษ์ขาวตัวนั้นก็กลายเป็นหญิงงาม ชื่อโอเด็ต  โอเด็ตได้เล่าให้เจ้าชายฟังเกี่ยวกับแม่มดที่ชั่วร้าย ที่ชื่อว่าฟอน …

Giselle

จีเซลล์ (Giselle) โรแมนติกบัลเลต์ ประพันธ์โดยอะโดลฟี อดัม (Adolphe Adam)  เรื่องย่อ จีเซลล์ (Giselle) เป็นหญิงชาวบ้านในชนบท อยู่มาวันหนึ่งอัลเบรชต์, ดยุคแห่งซิเลเซีย (Albrecht, Duke of Silesia) ได้เดินทางผ่านหมู่บ้านของเธอ และเกิดตกหลุมรักจีเซลล์  แต่ว่าทว่าดยุคอัลเบรชต์ นั้นมีคู่หมั่นอยู่แล้ว คือเจ้าหญิงบาทิลเด่ (Princess  Bathilde)  อัลเบรซต์ปิดบังฐานะที่แท้จริง โดยเอาเสื้อผ้า, ดาบและแตร ไปซ่อนเอาไว้ในกระท่อมที่เขาเช่าไว้ แล้วปลอมตัวเป็นชายสามัญชนใช้ชื่อว่าลอยส์ (Loys) เพื่อไปจีบจีเซลล์ ฮิลาเรี่ยน (Hilarion) นายพรานหนุ่มในหมู่บ้าน ซึ่งตกหลุมรักจีเซลล์ พยายามเตือนจีเซลล์ไม่ให้ไว้ใจลอยส์ซึ่งเป็นคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักไม่นาน แต่จีเซลล์ก็ไม่ได้ฟังคำเตือนเพราะ จีเซลล์ตกหลุมรกรอยส์จนหมดหัวใจ เบอร์ธ่า (Bertha) แม่ของจีเซล์จะไม่เห็นด้วยกับความรักของเธอกับลอยส์ เพราะนางเห็นว่าฮิลาเรี่ยนซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันเหมาะสมกว่า นอกจากนั้นจีเซลล์ยังมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง เบอร์ธ่าจึงพยายามห้ามไม่ให้ลูกสาวออกไปเต้นรำกับชายแปลกหน้าในงาน โดยย้ำถึงตำนานของหมู่บ้านที่มักจะมีดวงวิญญาณของหญิงสาวที่เป็นหม้ายปรากฏตัวขึ้นและคอยฆ่าผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้าไปในป่า แต่จีเซลล์ไม่สนใจคำเตือนจากแม่ของเธอ เมื่อถึงวันเทศกาลฉลองการเก็บเกี่ยว ปรากฏว่าเจ้าหญิงบาทิลเด่ได้เดินทางมาร่วมในงานเทศกาลด้วย โดยที่อัลเบรซต์ซึ่งรู้ตัวก่อนจึงได้แอบไปหลบซ่อน  เจ้าหญิงบาทิลเด่ได้มีโอกาสที่จะพบพูดคุยกับจีเซลล์ โดยที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างจีเซลล์กับพระคู่หมั่น เจ้าหญิงบาทิลเด่ประทับใจในความงามและมิตรไมตรีที่ได้จากจีเซลล์ เมื่อเจ้าหญิงบาทิลเด่เสด็จออกจากงาน ลอยส์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง และร่วมเต้นรำกับจีเซลล์ …

Marie Antoinette

มาเรีย แอนทัวเน็ตต์ (Marie Antoinette Josèphe Jeanne de Habsbourg-Lorraine) มาเรีย แอนทัวเน็ตต์ ประสูติวันที่ 2 พฤศจิกายน 1755 ภายในพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace) ในเวียนนา, ออสเตรีย  โดยเป็นพระราชธิดาพระองค์หนึ่งของจักรพรรดิฟรานซิส ที่ 1 แห่งโฮรี่โรมัน (Francis I, Holy Roman) กับจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซ่า แห่งออสเตรีย (Maria Theresa of Austria) เมื่อแรกประสูติ มาเรีย อนทัวเน็ตต์ จึงได้รับยศเป็นอาร์ดดัตเชสแห่งออสเตรีย (Archduchess of Austria)  หลังจากประสูติพระองค์ถูกประทานให้ไปอยู่ในการดูแลของเคาน์เตสส์แห่งแบนไดส์ (Countess von Brandeiss) โดยพระองค์ได้รับการเลี้ยงดูมาพร้อมกับพระภคินีมาเรีย แคโรไลน่า (Maria Carolina) ที่มีอายุมากกว่า 3 ปี  1756 เกิดสงคราม 7 …