Jerry Fodor

เจอร์รีย์ โฟดอร์ (Jerry Alan Fodor)
Psychological Nativism, Modularity of mind
เจอร์รีย์ เกิดวันที่ 22 เมษายน 1935 ในนิวยอร์ค พ่อของเขาชื่อแอนดริว (Andrew Fodor) เป็นนักวิทยาศาสตร์ทางด้านแบคทีเรีย มีเชื้อสายยิวจากฮังการี และแม่ชื่อเคย์ (Kay Rubens) 
เขาจบมัธยมปลายจากโรงเรียนมัธยมฟอเรสต์ฮิลล์ (Forest Hills High School) 
1956 จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (University of Columbia) 
1957 แต่งงานกับไอริส (Iris Goldstein) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาประยุกต์ ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค (New Yokr University)
1959 เริ่มทำงานสอนหนังสือที่ MIT 
1960 จบปริญญาเอกจากพริ้นตั้น (Princeton University) ทางด้านปรัชญา หลังจากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่อ๊อกฟอร์ด (Oxford University) อีกหนึ่งปี
1961 ได้ตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านปรัชญาที่ MIT
1968 หย่ากับไอริส และหลายปีต่อมาเขาแต่งงานครั้งที่สองกับจาเน็ต (Janet Dean) ศาสตราจารย์ด้านภาษาที่มหาวิทยาลัยซิตี้ออกฟนิวยอร์ค
1983 พิมพ์ Modularity of Mind ซึ่งได้เสนอแนวคิดที่ว่าจิตไม่ได้เกิดจากระบบเดี่ยวที่เป็นเอกเทศของมนุษย์ แต่ว่าเกิดจากเซ็ตของระบบย่อยๆ หลายส่วนที่มีมาตั้งแต่กำเนิด แล้วทำงานประสานกัน เช่น ส่วนของความสามารถด้านภาษา, ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ซึ่งแนวคิดของโฟดอร์ขัดกับแนวคิดแบบ Bahaviorism ซึ่งเชื่อว่าความสามารถของมนุษย์เป็นสิ่งที่เกิดจากการเรียนรู้หลังจากกำเนิดขึ้น
1986 ได้ตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยซิตี้ออฟนิวยอร์ค (City University of New York) 
1987 ได้เป็นสมาชิกของ American Academy of Arts and Sciences
1988 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านปรัชญาและวิทยาศาสตร์ค๊อกนิทีฟ ที่มหาวิทยาลัยรูตเจอร์ (Rutgers University) ในนิว เจอร์ซีย์ (New Jersey) ซึ่งเขาทำงานที่นี่จนกระทั้งเสียชีวิต 
1993 ได้รับรางวัล Jean Nixon Prize ซึ่งเป็นคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ จากผลงานเขียนเรื่อง The Elm and The Expert : Mentalese and Its Semantics
2010 เขียนหนังสือ What Darwin Got Wrong ร่วมกับมัสซิโม่ เปียตเตลลิ-ปาลมารินี (Massimo Piattelli-Palmarini) ซึ่งท้าทายแนวคิดการคัดสรรโดยธรรมชาติ (Natural Selection) ของชาร์ล ดาร์วิน (Charles Darwin) ในทฤษฏีวิวัฒนาการ (Evolution) แต่สนับสนุนแนวคิดแบบ spandrels ของเกลาด์ (Stephen Jay Gould)  ที่มองว่าผลพลอยได้ (byproducts) ของวิวัฒนาการ ที่ไม่ได้มีนัยสำคัญเกี่ยวกับการถูกคัดสรรโดยธรรมชาติ อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันในการทำให้เกิดวิวัฒนาการ  เช่น แนวคิดว่าขนนกในยุคแรกอาจจะวิวัฒนาการมาเพื่อคลุมผิวหนังเพื่อปกป้องจากอุณภูมิ และเมื่อเวลาผ่านไปถึงค่อยถูกใช้เพื่อบิน 

2017 29 พฤศจิกายน, เสียชีวิต ในแมนฮัตตัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *