Tấm Cám

ตั๋ม กับ กั๋ม (Tấm Cám)

นิทานพื้นบ้านเวียดนาม

ตั๋มกับกั๋มเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน  โดยตั๋ม (ข้าว) เป็นพี่สาว ส่วนกั๋ม (รำข้าว) เป็นน้องสาว  ตั๋มนั้นกำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเล็ก พ่อของเธอจึงได้แต่งงานใหม่กับแม่ของกั๋ม แต่ว่าต่อมาพ่อของเธอก็เสียชีวิต ทำให้ตั๋มต้องอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยง 

แม่ของตั๋มนั้นเป็นคนที่ดุ ใจร้าย และมักใช้งานตั๋มให้ทำงานบ้านทุกอย่าง ในขณะที่กั๋มลูกสาวแท้ๆ ของเธอเองไม่ต้องทำอะไรเลย 

อยู่มาวันหนึ่ง แม่เลี้ยงได้ใช้ให้ตั๋ม และลูกสาวของเธอ ออกไปจับกุ้งในนา โดยที่สัญญาว่าจะให้เสื้อแดงชุดใหม่เป็นการตอบแทน สำหรับใครก็ตามที่จับกุ้งมาได้มากที่สุด 

ซึ่งเมื่อถึงเวลาจับกุ้ง ตั๋มก็ใช้เวลาไม่นานในการที่จะจับกุ้งในเต็มตะกร้า แต่ว่ากั๋มเอาแต่เล่นอยู่ในน้ำ  ซึ่งเมื่อถึงเวลาเย็นและพวกเธอต้องกลับบ้าน กั๋มได้วางแผนที่จะแย่งเอากุ้งในตะกร้าของตั๋มมา โดยออกอุบายบอกให้ตั๋มเดินไปล้างผมและตัวในแม่น้ำให้สะอาดเสียก่อนที่จะกลับบ้าน มิเช่นนั้นแม่ของเธอจะโกรธเอา ตั๋มก็เห้นตามนั้น จึงได้ลงไปในแม่น้ำเพื่อล้างตัว ซึ่งกั๋มได้อาศัยจังหวะนี้เอากุ้งจากตะกร้าของตั๋มมาเป็นของเธอเอง แล้วรีบกลับบ้านไป 

เมื่อตั๋มขึ้นมาจากน้ำแล้วเห็นว่ากุ้งของเธอหายไปหมดตะกร้า เธอก็เสียใจจนร้องไห้

แต่แล้วก็มีชายชราคนหนึ่ง (But) เดินมาหาเธอ และได้ถามเธอว่าเธอร้องไห้เสียใจเรื่องอะไร ตั๋มจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง

ชายชราคนนั้นบอกให้ตั๋มหยุดร้องไห้ และบอกให้ตรวจดูในตะกร้าของเธอว่ามีสิ่งใดเหลืออยู่บ้าง ซึ่งตั๋มพบว่าภายในตะกร้านั้นมีปลาตัวเล็กๆ ยังคงติดอยู่ในตะกร้า  

ชายชราบอกให้ตั๋มนำปลาตัวนั้นกลับไปเลี้ยงในบ่อที่บ้านของเธอ แล้วเลี้ยงมันด้วยข้าว พร้อมกับให้ท่องคาถา

Bống bống bang bang

Lên ăn cơm vàng cơm bạc nhà ta

Chớ ăn cơm hẩm cháo hoa nhà người

O goby, o goby

Go up and eat my golden and silver rice

Don’t eat those spoiled rice and porridge of theirs.

ชายชราได้ย้ำกับตั๋มว่าอย่าท่องคาถาผิดแม้แต่นิดเดียว มิเช่นนั้นปลาจะไม่โตขึ้นมา  จากนั้นชายชราก็ได้หายตัวไป 

เมื่อกลับมาที่บ้านตั๋มก็ได้นำปลามาเลี้ยงเอาไว้ในบ่อและทำตามคำแนะนำของชายชราคนนั้น ซึ่งทุกครั้งที่เธอให้อาหารปลาและท่องคาถา เธอก็จะเห็นมันเติบโตขึ้นตั๋มมักจะนั่งอยู่ที่ข้างบ่อปลาและเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ปลาฟัง โดยที่ปลามักจะดูราวกับว่าฟังเธออย่างตั้งใจด้วย

ในขณะที่แม่เลี้ยงของตั๋มเห็นสังเกตุว่าตั๋มมีพฤติกรรมประหลาด ที่ชอบนั่งคุยกับปลาและท่องกลอนประหลาดเป็นประจำ เธอจึงได้วางแผนที่จะฆ่าปลาของตั๋ม 

แม่เลี้ยงได้วางแผนจะแยกตั๋มให้ออกห่างจากปลา โดยบอกตั๋มว่าให้วันพรุ่งนี้เธอต้องพาควายไปเลี้ยงในทุ่งนาของหมู่บ้านข้างๆ เพราะหมู่บ้านของพวกเธอจะห้ามใช้ทุ่งนาในวันพรุ่งนี้ นอกจากนั้นแม่เลี้ยงยังบอกให้ตั๋มให้เอาเสื้อคลุมของเธอทิ้งเอาไว้ที่บ้าน ซึ่งตั๋มก็ทำตามคำสั่งของแม่เลี้ยงอย่างเชื่อฟัง

เมื่อตั๋มออกจากบ้านไป แม่เลี้ยงก็บอกให้กั๋มสวมเสื้อคลุมของพี่สาว และไปที่บ่อซึ่งเลี้ยงปลาเอาไว้ พร้อมกับท่องบทกลอนที่ตั๋มใช้คุยกับปลา เพื่อหลอกให้ปลาเข้ามาหาเผื่อจะได้ฆ่าปลาได้

เมื่อตั๋มกลับมาที่บ้าน ตั๋มได้ตรงไปที่บ่อปลาตามปกติ แต่เธอกลับพบว่าภายในบ่อมีแต่คราบเลือด 

ตั๋มเสียใจมาร และได้ร้องไห้อีกครั้ง จนกระทั้งชายชราได้ปรากฏตัวออกมา แล้วถามเธอว่าเหตุใดจึงร้องไห้อีก 

ชายชราทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ก็แนะนำเธอว่าปลาตายไปแล้วเสียใจก็ไม่มีประโยชน์ จงไปเก็บเอาเศษกระดูกของปลาตัวนั้นมา แล้วแบ่งใส่ไหสี่ใบ แล้วเอาไหทั้งสี่ไปเก็บไว้ที่ขาเตียงทั้งสี่ซึ่งตั๋มก็ทำตาม

ต่อมาไม่นาน, พระราชาก็ได้จัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ขึ้นมา ซึ่งบ้านของตั๋มก็ได้รับเชิญได้เข้าไปในงานด้วย แต่ว่าแม่เลี้ยงซึ่งไม่อยากจะให้ตั๋มไปร่วมงาน จึงได้เอาเมล็ดข้าวและรำข้าวมาผสมกัน แล้วสั่งให้ตั๋มแยกทั้งสองออกจากกันให้เสร็จก่อนถึงจะไปร่วมงานได้

ตั๋มเสียใจที่เธอคงทำงานไม่เสร็จและจะไม่สามารถไปร่วมงานเฉลิมฉลองได้ เธอร้องไห้ออกมา และชายชราก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเพื่อถามสาเหตุที่เธอร้องไห้

ชายชราได้เรียกฝูงนกนางแอ่นมา และสอนบทกลอนหนึ่งแก่ตั๋ม ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้นกนางแอ่นกินเมล็ดข้าวและรำ

Rặt rặt xuống nhặt cho tao

Ăn mất hạt nào thì tao đánh chết

O sparrows, go down and separate these for me

Eat a grain, and I will beat you to death

เมื่อตั๋มท่องบทกลอนดังกล่าว นกนางแอ่นก็ช่วยเธอแยกเมล็ดข้าวและรำออกจากกันจนเสร็จ หลังจากนั้นชายชราก็ได้สั่งให้ตั๋มไปเอาไหที่เก็บไว้ที่ขาเตียงมา

ซึ่งไหสองใบแรก ข้างในกลายเป็นเสื้อผ้า, ผ้าพันคอที่สวยงาม

ส่วนไหใบที่สามมีม้าตัวเล็กๆ อยู่ ซึ่งเมื่อเทออกมาแล้ว ได้ขยายใหญ่ขึ้นจนเป็นม้าปกติ ส่วนไหใบที่สี่เป็นบังเหียนสำหรับขี่ม้า

ตั๋มดีใจกับของที่เธอได้รับ เธอรีบเปลี่ยนชุดแล้วก็ขี่ม้าไปร่วมงานเฉลิมฉลองที่เมืองหลวง แต่ว่าระหว่างที่เธอขี่ม้าข้ามสะพานหิน เธอได้ทำรองเท้าข้างหนึ่งของเธอตกเอาไว้ 

เมื่อพระราชาเสด็จด้วยช้างผ่านสะพาน ช้างของพระองค์ได้มี่ท่าที่ประหลาด และได้ใช้งาของมันเล็งไปที่รองเท้าของตั๋มที่หล่นอยู่ พระราชาจึงได้ใช้ให้ทหารเก็บรองเท้านั้นขึ้นมา

ในงานเฉลิมฉลอง พระราชาได้หาสตรีที่สามารถสวมรองเท้าข้างที่พระองค์เก็บมาได้ โดยทรงรับสั่งว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงที่สวมรองเท้าข้างนั้นได้ ซึ่งก็คือตั๋ม 

ตั๋มจึงได้เข้าพิธีอภิเษกกับพระราชา และทั้งสองก็ครองคู่กันอย่างมีความสุข

ต่อมาวันหนึ่ง เมื่อใกล้ถึงวันครบรอบวันตายของพ่อของเธอ ตั๋มได้เดินทางกลับมาที่บ้านที่เธอเกิด เพื่อช่วยแม่เลี้ยงเตรียมงานให้กับพ่อ ซึ่งแม่เลี้ยงและกั๋มน้องสาวของเธอก็ยังคงอิจฉาริษยาเธออยู่เช่นเดิม แต่เก็บเอาไว้ภายใน

แม่เลี้ยงได้หลอกให้ตั๋มปีนขึ้นไปบนตันหมาก เพื่อเก็บเอาลูกหมากมาใช้ในพิธี ซึ่งตั๋มก็ทำตามคำสั่งแต่โดยดี

แต่เมื่อตั๋มปีนขึ้นไปบนต้นหมากเธอก็พลาดตกลงมาและเสียชีวิต

แม่เลี้ยงให้กั๋มสวมเสื้อผ้าของพี่สาว และเดินทางไปพระราชวังเพื่อแจ้งข่าวว่าพี่สาวของเธอได้ตกน้ำเสียชีวิตแก่พระราชา พร้อมบอกพระองค์ว่าเธอเป็นตัวแทนของพี่สาวที่จะอยู่กินกับพระราชา ซึ่งพระราชาก็ยอมแต่งงานกับกั๋ม แต่ว่าพระองค์ก็ยังทรงเสียใจและไว้ทุกข์ให้กับตั๋มเสมอ โดยที่ได้ละเลยสนมใหม่ของพระองค์

ตั๋มได้กลับชาติมาเกิดใหม่เป็นนก Oriole  จึงได้บินกลับไปหาพระราช ซึ่งเธอก็เห็นว่าพระราชากำลังเสียพระทัยเพราะคิดถึงเธอ

ตั๋มในร่างของนก Oriole จึงได้ร้องเพลงให้พระองค์ฟัง  พระราชาจึงได้พูดกับนกว่าถ้าเจ้าคือตั๋มที่กลับชาติมา, ได้โปรดบินเข้ามาในแขนเสื้อของข้าซึ่งเจ้านกก็บินเข้าไปในแขนเสื้อของพระองค์จริงๆ 

พระราชาจึงเชื่อว่านกตัวนั้นคือตั๋ม พระองค์ดูแลนกตัวนั้นเป็นพิเศษและได้สร้างกรงเอาไว้เป็นพิเศษให้กับมันเมื่อเวลาที่พระองค์ไม่อยู่

กั๋มซึ่งไม่พอใจที่ถูกพระราชาเฉยเมยใส่ จึงได้ลงมือฆ่านกตัวนั้นและกินมันเข้าไป ก่อนที่จะเอาเศษขนไปฝังไว้ในอุทยานหลวง  และหลอกพระราชาว่านกได้บินหลุดออกจากกรงหายไปเองระหว่างที่เธอจะให้อาหารมัน

มีต้นพีชอยู่สองต้นระหว่างหลุมที่ขนนกถูกฝังอยู่ มันได้เติบโตขึ้นและโค้งเข้าหากันเพื่อเป็นร่มเงาให้กับพระราชาเวลาทรงมาประทับในอุทยาน พระราชาจึงทรงเชื่อว่าต้นไม้นี้เป็นสัญญาณที่ตั๋มส่งถึงพระองค์

พระราชาจึงรับสั่งให้ทหารนำเอาที่พระทับมาวางไว้ใต้ต้นพีชเพื่อให้พระองค์ได้พักผ่อนใต้ร่มเงาของมัน กั๋มเกิดความริษยาขึ้นมาอีก จึงได้ฟันโค่นต้นพีชลงมาโดยอ้างว่าจะเอาไปทำเส้นใยเพื่อทอผ้าสำหรับพระราชา

ซึ่งระหว่างที่กั๋มกำลังทอผ้า เธอก็ได้ยินเสียงสาปแช่งจากตั๋มซึ่งต่อว่าที่เธอแย่งพระราชาไป และขู่ว่าจะควักเอาลูกตาของเธออกมาเพื่อล้างแค้น

กั๋มรู้สึกกลัวจึงได้สั่งให้เผากี่ทอผ้าทิ้งและโยนเอาขี้เถ้าทิ้งนอกพระราชวัง

ต่อมาสายลมได้พัดเอาขึ้เถ้าลอยออกไปอีกไกล ซึ่งบริเวณที่ขี้เถ้าหล่นอยู่นั้นได้มีต้นแอปเปิ้ลทองคำเติบโตขึ้นมา

เมื่อหญิงชราคนหนึ่งเดินผ่านต้นแอปเปิ้ลทองคำ เธอได้กลิ่นหอมหวานของผลแอปเปิ้ล จึงได้ท่องบทกลอนว่า

O golden apple, fall to my sack

Your scent I’ll smell, eat you I’ll not

Thị ơi thị à, rụng vào bị bà, bà để bà ngửi chứ bà không ăn.

ทันใดนั้นผลแอปเปิ้ลก็หล่นลงมาให้หญิงชราเก็บใส่ถุงกลับบ้านไป ซึ่งเมื่อกลับไปถึงบ้าน เธอพบว่างานบ้านต่างๆ ของเธอถูกทำเสร็จจนเรียบร้อย พร้อมกับมีอาหารที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้เธอเสร็จสรรพ

ต่อมาหญิงชราได้แกล้งทำเป็นออกจากบ้าน ตั๋มจึงได้โผล่ออกมาจากผลแอปเปิ้ล เพื่อทำงานบ้านให้หญิงชรา แต่ว่าหญิงชราคนนั้นรีบแอบเข้ามาหยิบผลแอ๊ปเปิ้ลไป แล้วฉีกแอปเปิ้ลออกเป็นชิ้นๆ เพื่อทำให้ตั๋มกลับเข้าไปในลูกแอปเปิ้ลไม่ได้อีก 

หญิงชราได้รับตั๋มไว้เป็นบุตรบุญธรรม

อยู่มาวันหนึ่ง, พระราชาเดินทางผ่านบ้านของหญิงชราและได้หยุดพักที่หน้าบ้าน หญิงชราจึงได้นำเอาสำหรับพลูออกมาถวาย  แต่เมื่อพระราชาทรงฉันพลูเข้าไป ก็รู้สึกว่านี่คือฝีมือของตั๋ม จึงได้ถามหญิงชราว่าใครเป็นคนเตรียมพลูนี้ หญิงชราจึงพาพระราชาไปพบกับลูกสาว ซึ่งก็คือตั๋มพระราชาจึงได้พาตั๋มกลับไปอยู่รวมกันอีกครั้งที่พระราชวัง

เมื่อตั๋มกลับมาที่พระราชวัง กั๋มได้ถามถึงเคล็ดลับความงามของตั๋ม ตั๋มต้องการที่จะแก้แค้น จึงได้หลอกกั๋มให้กระโดดลงไปในหลุ่ม แล้วสั่งให้ทหารเทน้ำร้อนราดลงไป จนกั๋มเสียชีวิต เธอก็นำร่างของกั๋มขึ้นมาหมักเป็นน้ำปลา

ตั๋มส่งน้ำปลาจากศพกั๋มไปให้แม่เลี้ยงของเธอ โดยบอกว่าเป็นของขวัญจากกั๋ม  และบอกให้เธอกินมันทุกวัน

เมื่อแม่เลี้ยงกินน้ำปลาเข้าไป จะมีอีกามาเกาะที่หลังคาบ้าน และร้องว่า 

Delicious! The mother is eating her own daughter’s flesh! Is there any left? Give me some.

Ngon ngỏn ngòn ngon ! Mẹ ăn thịt con, có còn xin miếng.

จนเมื่อแม่เลี้ยงกินน้ำปลาจนหมด เธอก็พบกระดูกของลูกสาวตัวเองอยู่ก้นไห เธอรู้ทันทีว่านั่นเป็นกระดูกของลูกสาวตัวเอง แม่เลี้ยงก็ตกใจช๊อคจนเสียชีวิต 

Leave a Reply